Intro 


“ว่าง เปล่า...ใช่...ฉันมัน...’ว่างเปล่า’” นี่เป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของชายคนหนึ่งในยามตื่นนอน ไอแดดร้อนระอุสาดส่องใส่ใบหน้าของเขาจนร้อนจนรู้สึกแสบ เช้าแรกของฤดูร้อนในบอสตัน เขาลุกขึ้นมานั่งบนเตียงของตนเองด้วยอาการงัวเงีย รู้สึกร้อนที่หน้าผากเหมือนโดนทับมาเป็นเวลานาน แถมยังรู้สึกเหมือนดั้งจมูกมันยุบลงไปต่ำกว่าโหนกแก้มเสียอีก

“ว่าง เปล่า” คำ ๆ นี้ผุดขึ้นมาในหัวเขาอีกครั้งในขณะที่มองตัวเองในกระจกอิงผนังห้องตรงข้าม กับเตียง ดวงตาสีเทาฟ้าของเขาดูเย็นชา ยิ่งเขามองเข้าไปในนัยน์ตาตนก็ยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวด ไม่สิ ทั้งเกลียดทั้งเจ็บปวดต่างหาก

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฉัน....ต้องทนอยู่อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน” เขาฝืนหัวเราะกับตัวเองพร้อมทั้งหลบสายตาจากกระจกแล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อ ไปหยิบบุหรี่บนโต๊ะทำงาน แต่ไม่ทันเดินไปถึงโต๊ะ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์บ้านก็ดังรัวแก่นประสาทโดยไม่เกรงใจใคร

กริ๊งงงงงง กริ๊งงงงงงงงง กริ๊งงงงงงงงงงง

เขาอยากให้มันเป็นเสียงแก้วน้ำตกแตกแค่ครั้งเดียวใจแทบขาด อย่างน้อยมันก็ดีกว่าเสียงที่ชวนให้ปวดกะโหลกแบบนี้

แกร่ก

“ฌอน พูด...”

“ฮัล โหล นี่เบ็นนะ ชอน นายไปรับเบ็ตตี้ที่โรงเรียนแทนชั้นด้วยนะ วันนี้คนไข้เยอะเหลือเกิน ขอบใจ” เบนที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและหมอประจำตัวของชอนบอกคำขอก่อนที่จะรีบวางสาย

พูด ถึงหมอประจำตัว ฌอนจำเป็นต้องพบแพทย์อยู่เป็นระยะเพราะจากหลังจากเกิดโศกนาฏกรรม “Pandora of death” ซึ่งในขณะนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปี ฌอนก็เริ่มสูบบุหรี่อย่างจัดเพื่อกลบความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้น

หลัง จากวางโทรศัพท์ตัดสายไป ความอยากบุหรี่ ที่มันยังคงมีอยู่ในช่วงตื่นนอนยังคงอยู่ อย่างน้อยความอยากสิ่งที่คอยกัดกินร่างกายของเขาก็เป็นอะไรที่ทำให้เขารู้ ว่าได้เวลาเริ่มต้นวันใหม่ที่แสนน่าเบื่ออีกวันแล้ว...

ขณะนี้เวลา 8 โมงเช้า วันเสาร์วันและเวลาแสดงโล่อยู่ที่นาฬิกาดิจิตอลสีดำตัวอักษรแดง แม้มันเป็นวันแรกของการเริ่มต้นฤดูร้อน แต่มันเป็นวันสุดท้ายของอาทิตย์ที่ต้องอยู่ในโรงเรียนประจำของเด็กคนหนึ่ง เมื่อประตูโรงเรียนเปิดออก เด็กนักเรียนก็พากันกรูออกมาอย่างคับคั่ง ผู้ปกครองบางส่วนพยายามแทรกสวนทางเด็ก ๆ เหล่านั้นด้วยความหวังว่าจะเจอลูกหรือเด็กในการปกครองของพวกเขาโดยไว เพราะสีหน้าของแต่ละคนเหมือนกับอยากจะไปจากที่นี่เหลือเกิน

แม้ป้ายติดหน้าประตูโรงเรียนจะเขียนว่าห้ามสูบบุหรี่ แต่ฌอนกลับง่วนอยู่กับการจุดบุหรี่ให้ติดข้าง ๆ ป้องยามที่ประตูโรงเรียนนั่นเอง

“ฌอน วันนี้พ่อหนูไม่มารับหนูเหรอ?” เสียงเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยืนกระตุกเสื้อโค้ทของเขา

“พ่อของหนูยุ่งมากน่ะ เขาเลยให้ชั้นมารับหนูแทน” ฌอนลงมานั่งยอง ๆ เพื่อคุยกับเด็กหญิงทั้งที่ยังคาบบุหรี่ไว้ในปาก

“เหรอ...นี่ ฌอน ที่นี่เขาห้ามสูบบุหรี่แน่ะ คายมันทิ้งก่อนได้มั้ย?” เธอถามอย่างมีความหวัง แม้เธอเพิ่งจะเสียความตั้งใจที่จะได้กลับบ้านกับพ่อของเธอไปหยก ๆ

“หืม? คายทิ้ง? ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! จะให้ชั้นคายเจ้านี่ทิ้งน่ะเหรอ?” ฌอนชี้ไปที่บุหรี่ของเขา

“ใช่ๆ ที่นี่เขาห้ามน่ะ ยังไงก็ต้องคายทิ้งนะ! พ่อหนูยังไม่สูบเลย”

“ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ” ฌอนหัวเราะ พร้อมลุกขึ้น ‘พ่อเธอกับชั้นมันคนละโลกเลยล่ะเด็กน้อย’

“ไปกันเถอะ ไม่อยากกลับบ้านรึไงเบ็ตตี้?” ฌอนพยายามทำเสียงร่าเริง เพราะอย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ลูกของเพื่อน

“อยากสิ!” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงแข็งขัน

“งั้น เรารีบไปกันดีกว่า” เมื่อพูดจบฌอนก็จับมือเบ็ตตี้พร้อมกับจูงมือเธอไปขึ้นรถของเขาที่ถนนฝั่งตรง ข้าม สร้างภาพดูน่าอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
-------------------------------------------------------------------------------

เอี๊ยดด...

เสียงผ้าเบรคใกล้หมดสภาพของรถที่ชอนขับก็ดังขึ้น เมื่อขับมาถึงหน้าคลินิกที่มีเบนยีนรอรับอยู่หน้าประตู

“คุณ พ่อ!” เบ็ตตี้ตะโกนร้องเรียกพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจอย่างที่สุด มันช่างเป็นภาพที่แสนจะอบอุ่น ลูกสาวโผเข้ากอดพ่อของเธอย่างสุดกำลัง ส่วนทางพ่อก็อ้าแขนเข้ากอดลูกด้วยท่อนแขนที่แข็งแรง

เมื่อทั้งสอง ได้สวมกอดกันอย่างใกล้ชิด ความคิดถึงของทั้งสองฝ่ายก็จะสามารถส่งถึงกันได้ มันช่างดูอบอุ่นเหลือเกิน แต่ถึงแม้มันจะอบอุ่นและเปี่ยมสุขขนาดที่ทั้งคนรอบข้างที่กำลังเฝ้าดูหรือ เดินผ่านไปมาก็ยังรู้สึกได้ ฌอนกลับมองภาพนั้นด้วยหางตา แล้วรู้สึกขนลุกกับภาพความสุขจอมปลอมที่อยู่ตรงหน้า

“เฮ้ เบ็น ชั้นเอารถของนายมาคืนแล้วนะ” ฌอนพูดพร้อมลงจากรถและปิดประตู

“ห๊ะ? อ้าวทำไมล่ะ ปกตินายชอบเอารถชั้นไปเที่ยวเล่นแถวย่านการค้าไม่ใช่เหรอ?” เบ็นโอบลูกของเขาไว้แน่น

“ชั้นเบื่อน่ะ วันนี้อยากเดิน” ฌอนเริ่มเดินออกห่างจากรถ โดยไม่หันมามองพ่อลูกที่หน้าคลินิก

เพราะ วันนี้เป็นวันเสาร์ ทำให้ย่านการค้าที่ปกติก็มีคนเยอะอยู่แล้ว มีคนมากกว่าเดิมถึงสองเท่า ทั้งแม่ค้าพ่อขายมากมายเต็มสองข้างถนน แต่ร้านประจำที่ฌอนชอบไปคือบาร์เบียร์ข้าง ๆ ร้านขายน้ำผักบำรุงสุขภาพที่รสชาติย่ำแย่พาจิตใจตกต่ำ ข้างในบาร์ ทั้งโต๊ะสนุ๊ก ทั้งวงไพ่ตั้งกันอยู่เรียงราย ผู้คนมากมายที่มาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ทั้งวันเกิดแบบเพื่อนจัดให้กัน หรือปาร์ตี้สละโสดของเจ้าบ่าวในวันพรุ่งนี้ หรือแม้จะมานั่งจิบเบียร์เพื่อหย่อนใจ ก็ดูมีความสุขกันทั้งนั้น

ฌอนเลือกนั่งที่ประจำของเขาพร้อมสั่งเบียร์ เหมือนอย่างเคย

ผลัก!

เขาถูกใครคนใดคนหนึ่งชนจนแทบตกจากเก้าอี้ ด้วยความไม่พอใจฌอนจึงรีบหันไปหาคนทำทันที

“ขอ ว๊อดก้า มาร์ตินี่ โอ๊ย! ช่างมัน เอาอะไรก็ได้ที่แรง ๆ น่ะชั้นอยากจะเมา!” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของคนที่ชนฌอน (แล้วหนี) ดังมาจากเก้าอี้ข้าง ๆ ของเขาเอง

----------------------------------------------------
 
Chap 1 Meet at the bar

เธอเป็นผู้หญิงผมดำน้ำตาลยาว เสียดายที่ผมของเธอปิดหน้าเธอด้านที่ชอนนั่งอยู่พอดี ทำให้มองหน้าเธอไม่ชัด

เธอวางสิ่งของ ๆ เธออย่างแรงทั้งโทรศัพท์ กุญเเจต่างๆ และกระเป๋าบนเคาท์เตอร์เเละซัดเเก้วเหล้าตรงหน้าหมดไปในรวดเดียว

“แค่กๆ แค่ก” เธอไอโครกคราก ตัวงอเอียงไปเอียงมาอาการเหมือนแสบคอมาก ๆ

“นี่คุณเป็นอะไรมั้ย?” ฌอนลืมเรื่องโดนชนไปสนิทแต่กลับมาสนใจที่จะห่วงคนที่ชนเขาแทน

“ส...แสบคอ ชั้น แสบคอไปหมดเลย...”เสียงเธอขาด ๆ หาย ๆ ฟังดูไม่มั่นใจเหมือนตอนสั่งสักเท่าไหร่

“นี่ ๆ ลุง ๆ ผมขอน้ำเปล่าแก้วนะ” ฌอนยกมือสั่งลุงที่ประจำหน้าเคาท์เตอร์ หลังจากชอนให้เธอดื่มน้ำเป่ล่าแล้วอาการของเธอก็กลับมาเป็นปกติ

“นี่ ชั้นขอเบียร์ แทนแล้วกัน เมื่อกี้มันอะไรน่ะ แสบคอเป็นบ้าเลย” เธอวางแก้วน้ำเปล่าลงบนเคาท์เตอร์โดยไม่สนใจคนที่สั่งมันมาเพื่อช่วยเธอเลย

“นี่คุณ...” ชอนพยายามดึงไหล่เธอเพื่อดูหน้า

“อะไรเล่า!” เธอปัดมือเขาของออก โดยที่ไม่สนใจหันหน้ามาพูดกับเขาเลยด้วยซ้ำ

“ผมว่าคุณกลับบ้านเถอะ มาดื่มเอาเมาแบบนี้ สุดท้ายตัวเองจะเดือดร้อนนะ” ฌอนพยายามชะโงกหน้ามองหน้าของเธอว่าเธอเป็นใคร

ผู้หญิง คนนี้สนแต่จะซดเบียร์ที่เพิ่งมาส่งตรงหน้า ฌอนจึงจัดการเบียร์ของตัวเองให้หมดเพื่อที่จะได้ลากออกจากบาร์ก่อนที่จะเกิด เรื่อง แต่แล้วเธอก็กระแทกแก้วเบียร์เปล่าลงกับโต๊ะทุลักทุเลลุกขึ้นจนเซไปชนคนที่ นั่งอีกข้างและเขาก็ไม่เต็มใจที่จะโดนชนสักเท่าไหร่

“เฮ้!” เสียงคนอีกด้านโวยวายในทันที พร้อมผลักเธอจนเสียหลักหงายหลังไปทางฌอน เก้าอี้ล้มกระจัดกระจายแขนของเธอกวาดเอาทุกสิ่งบนเตาท์เตอร์ลงไปกองกับพื้น

“อะไร ล่ะ! ชั้นไปทำอะไรให้! ทำไมต้องมาผลักชั้น??” ฌอนจึงรีบเก็บข้าวของบนพื้นแล้วลากเธอจ้าวออกจากบาร์ไป ขณะออกจากบาร์ ฌอนพยายามก้มมองหน้าเธอรั้งแล้วรู้สึกว่าหน้าตานี่มัน...คุ้นเคยเหลือเกิน
“นาตาเลีย?” เขาจับหน้าเธอให้ตรง
“นาตาเลีย!? พี่มาทำอะไรที่นี่?” เธอารำคาญแล้วก็ทุลักทุเลเดินหายไป

------------


“พี่สาวนายน่ะเหรอ?” เสียงสนทนาที่เกิดขึ้นโดยต่อเนื่องมาจากการเจอผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายกับพี่สาวของฌอน

“ใช่ ถึงเขาจะบอกว่าไม่ใช่ก็เถอะ แต่ชั้นมั่นใจว่าใช่แน่ๆ” ฌอนดูมีความหวังกับเรื่องนี้มากๆ เสียงเจี๊ยวจ้าวของเบ็ตตี้ที่นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ในห้องเดียวกันยังคงมีเป็น พักๆ

จากที่ฌอนพูด เบ็นกลับคิดว่าเพื่อนของเขาตาฝาด แล้วเริ่มถอนหายใจเป็นพัก ๆ

“เชื่อชั้นสิว่า...”

“ฌอน ดูนั้นสิ!” เบ็ตตี้ชี้ไปทางหน้าต่างเพื่อให้เห็นหมอกควันสีดำทะมึนน่ากลัว ครอบคลุมย่านที่คลินิกตั้งอยู่ เบนถึงกับพูดไม่ออก ช๊อคกับสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่าง ใบหน้าของเขามีแต่ความกลัวสุดขีดไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ข้างนอกนั่น มันเหมือนกับก่อนเกิดโศกนาฏกรรมเพียงไม่กี่นาที

“มันคืออะไรเหรอ?” เสียงของเด็กน้อยร้องเรียกหาคำตอบจากผู้ใหญ่แม้สักคนก็ยังดี

“เบน นายรีบพาลูกไปขึ้นรถรีบปิดหน้าต่างให้หมดแล้วขับหนีนอกเมือง...” ฌอนยังสามารถตั้งสติกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้มากพอที่จะติดหาทางหนี

“พ่อ คะ เกิดอะไรขึ้น? ฌอนล่ะ?” เสียงของเบ็ตตี้ไปกระตุ้นจุดความเป็นพ่อของเบนให้หนี เบนจึงอุ้มลูกของตนวิ่งขึ้นรถหลังคลินิกอย่างทุลักทุเล

&ldq